sriwalee

บริการเช่าห้องอบรม

  

Sriwalee Computer มีห้องอบรมเพื่อให้ลูกค้าที่ต้องการที่จะอบรม Course ต่างๆ

You are here:
เรียนรู้เรื่องการ “วัดแสง” Metering Mode

แสงเปลี่ยน อารมณ์เปลี่ยน สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้ภาพออกมาดี นั่นก็คือการวัดแสง ให้พอดี เพื่อให้ได้ภาพสวยสดใส และควบคุมแสงให้ภาพได้อย่างที่ผู้ถ่ายภาพต้องการ ให้มากที่สุด

ซึ่งวิธีการวัดแสง เป็นวิธีง่ายๆ ที่คนที่ผ่านการกดชัตเตอร์ผ่านมาแล้ว นั่นคือการกดชัตเตอร์ครึ่งหนึ่ง พร้อมๆ กับการโฟกัส กล้องจะทำการวัดแสง ในแบบที่เราตั้งไว้ ตามความถนัดของแต่ละคน ส่วนในตัวกล้องจะมีให้เลือกตั้งแบบไหนบ้าง และแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร วันนี้เรามาทำความรู้จักกันค่ะ
เริ่มต้นจากการเข้าเมนู แล้วเลือกไปที่ โหมดวัดแสง Metering Mode

จะปรากฏเครื่องหมายให้เลือก

Spot วัดแสงเฉพาะจุด วัดระดับแสงจากความสว่างของจุด จุดเดียวที่ กลางจอ การวัดแสงในลักษณะนี้ กล้องจะคำนวณที่จุดกึ่งกลางจอให้พอดี เพียงจุดเดียว แล้วคำนวณแสงทั้งภาพ เทคนิคสำหรับการวัดแสงในแบบนี้ คือวัดในจุดที่สีกลางๆ หากภาพยังขาวเกินไปให้วัดในจุดที่สว่างขึ้น หากภาพมืดไป ให้วัดในจุดที่มืดลง

Center กลางภาพ แบบเฉลี่ยหนักกลาง วัดปริมาณแสงโดยเน้น บริเวณจุดกึ่งกลางหน้าจอ ไม่ได้วัดเพียงจุดเดียวเหมือนแบบ Spot แต่วัดในบริเวณตรงกลาง แล้วคำนวณแสงเฉลี่ยให้เป็นค่ากลาง เฉพาะบริเวณตรงกลางภาพ

Multi หลายจุด หรือเฉลี่ยทั้งภาพ เหมาะกับการถ่ายภาพวิว กล้องจะคำนวณ แสงเป็นค่ากลางๆ ทั้งภาพ เหมาะกับการถ่ายภาพวิว แต่ไม่เหมาะกับสถานที่ที่มีส่วนสว่างมากๆ หรือ มีส่วนของสีมืดมากๆ เช่น ห้องสีขาว เฟอร์นิเจอร์สีขาว กล้องจะเฉลี่ยให้เป็นค่ากลาง ภาพที่ได้จึงมืดกว่าความเป็นจริง และเช่นกัน หากห้องเป็นสีดำ เฟอร์นิเจอร์เป็นสีดำ เมื่อกล้องคำนวณค่ากลาง เมื่อถ่ายภาพ ภาพจะสว่างกว่าที่ควรจะเป็น

โดยหลักการของการวัดแสงก็คือ วัดแสงให้เป็นค่ากลาง นั่นก็คือสีเทากลาง เพื่อให้ภาพออกมาพอดี ณ จุดนั้น ในโหมด เฉพาะจุด และเฉลี่ยหนักกลาง แล้วคำนวณให้เป็นค่ากลางทั้งภาพในโหมดเฉลี่ยทั้งภาพนั่นเองค่ะ

เมื่อรู้ลักษณะการวัดแสงของการวัดแสงแต่ละแบบกันแล้ว ก็สามารถนำไปเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และความถนัด แต่กล้องจะฉลาดได้อย่างใจ 100 เปอร์เซ็นต์คงจะเป็นไปไม่ได้ หากยังต้องการให้มืดหรือสว่างกว่าเดิม สามารถใช้ร่วมกับการชดเชยแสง ที่ได้เขียนวิธีอย่างละเอียดไว้ก่อนหน้านี้แล้วค่ะ

ทริคเล็กๆ ในการวัดแสงแบบเฉพาะจุด หรือเฉลี่ยกลางภาพ เราสามารถกำหนดค่าแสงได้ง่ายๆ ด้วยการกดชัตเตอร์ครึ่งหนึ่งเพื่อโฟกัสและวัดแสงในจุดที่เราต้องการ กดชัตเตอร์ค้างไว้ เพื่อล็อคค่าแสง แล้วค่อยเลื่อนจัดองค์ประกอบ กล้องจะวัดแสงในจุดที่เรากดชัตเตอร์ครึ่งหนึ่งในครั้งแรก แต่หากภาพยังสว่างเกินไป เราก็เปลี่ยนจุดวัดแสงให้สว่างขึ้น แต่ถ้าภาพมืดเกินไป ก็เปลี่ยนจุดวัดแสงให้มืดลง เทคนิคนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการถ่ายภาพแบบอื่นได้ด้วย เพราะหัวใจหลักของวิธีการนี้ก็คือ วัดแสงในจุดที่เราต้องการให้พอดี แล้วค่อยเลื่อนจัดองค์ประกอบ


 

หลักสูตร popular vote

  • Exchange Server

  • windows server

  • SQL Server



หลักสูตรแนะนำ

  • Linux System Administration

  • Linux Open LDAP

   เข้าใจและสามารถดูแล security ของระบบทั้ง intranet และ internet
   สามารถทำในสิ่งที่ไม่รู้ได้โดยการหา Howto ในอินเทอร์เน็ต
   รัก Linux และโอเพนซอร์ส
   อ่านและเขียนภาษาอังกฤษได้ดี สามารถเรียนรู้จากการอ่านหนังสือและเว็บภาษาอังกฤษ
   รับผิดชอบ รักการเรียนรู้ การพัฒนาตนเอง และการทำงานร่วมกับคนอื่น

 LDAP เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการจัดเก็บข้อมูลที่คุณต้องการจะอ่านจากหลายสถานที่ แต่มีการอัพเดทไม่บ่อย ตัวอย่างเช่น บริษัท ของคุณสามารถเก็บทั้งหมดต่อไปนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากในไดเรกทอรี LDAP 1.พนักงาน บริษัท สมุดโทรศัพท์และแผนผังองค์กร 2.ข้อมูลการติดต่อกับลูกค้าภายนอก 3.ข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานการบริการรวมทั้งแผนที่ NIS, ชื่อแทนอีเมลและอื่น ๆ 4.ข้อมูลการกำหนดค่าสำหรับการจัดจำหน่ายซอฟแวร์ 5.ใบรับรองกุญแจสาธารณะและการรักษาความปลอดภัย

หลักสูตรที่น่าสนใจ


สถานที่น่าสนใจในประเทศไทย

วัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์) ประวัติความเป็นมาของวัดเขาวง ดูรายละเอียด

Photo Gallery

thai clock

QR Code